วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ชาวนากับต้นแอปเปิ้ล  
ภายในบริเวณบ้านของชาวนาคน หนึ่ง เขาได้ปลูกต้นแอปเปิ้ลต้นหนึ่งนับเป็นเวลาหลายปีดีดัก
แล้วแต่เนื่องจากเหตุผลกลใดไม่แน่ชัดต้นแอปเปิ้ลดังกล่าวไม่ยอมมีดอกออกผล เลย ยิ่งกว่านั้นต้นไม้
ต้นนี้ยังเป็นสื่อที่นำพาเอานกกาทั้งหลาย มาทำรังที่พักพิงอีกด้วยจึงสร้างความรำคาญให้แก่ชาวนาผู้นี้
ี้ เป็นยิ่งนัก เขาจึงตัดสินใจว่า จะต้องโค่นต้นแอปเปิ้ลนี้ทิ้งไปเสีย ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ต่อมาวันหนึ่ง
เมื่อชาวนาหลังจากเสร็จงานในท้องทุ่งกลับมาถึงบ้านยังไม่ทันพักเหนื่อย เขาก็ได้คว้าขวานที่คมกริบ
เล่มหนึ่งออกจากบ้านไปตั้งใจวันนี้แหละจะโค่นต้นแอปเปิ้ลชาวนาก็ไม่รีรอ เขารีบเงื้อขวานในมือ
ที่คมกริบฟันฉับๆ ลงที่โคนต้แอปเปิ้ลที่หาที่หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลยทิ้งเสีย เมื่อเดินมาถึงใต้ต้น
ชาวนาก็ไม่รีรอ เขารีบเงื้อขวานในมือที่คมกริบฟันฉับๆลงที่ดค่นต้นแอปเปิ้ล
ทันทีความสั่นสะเทือนอย่างแรง ของคมขวานที่กระทบกับต้นไม้นั้น ทำให้เหล่านกกาที่มาอาศัย
พักพิงอยู่บนต้นไม้ต่างพากันตกอกตกใจ ไม่ทราบว่ากำลังมีเหตุร้ายเกิดขึ้น
จึงพากันหนีอย่างขวัญกระเจิง ไปกันคนละทิศละทางแล้วบินกลับมาอยู่เหนือต้นแอปเปิ้ลต้นนั้นเพื่อ
รอดูเหตุการณ์ต่อไป เมื่อเหล่านกการู้ว่าชาวนากำลังโค่นต้นแอ๊ปเปิ้ลที่พวกตนอาศัยทำรังอยู่นั้น ทิ้งไป
ต่างพากันตกใจไม่สบายใจมาก พวกเขาจึงใจกันพากันบินลงไปหาชาวนาแล้วอ้อนวอนท่านว่า
"ท่านผู้ใจบุญ โปรดอย่าโค่นต้นแอปเปิ้ลต้นนี้เลย เพาะพวกเขามากมายหลายชีวิตต่างก็ได้พึ่งพิงอาศัย
เป็นที่อยู่หลับนอนมานานไปหลายปีแล้ว พวกเขาทั้งหมดคงต้องเดือนร้อนลำบากตามๆกัน
" พอกล่าวจบเหล่านกกาทั้งหมดต่างก็ประสานเสียงร้องเพลงอันไพเราะให้ชาวนาฟัง
เพื่อต้องการช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนี่อยอ่อนเพลีย จากงานหนักอย่างรู้ใจ
แต่ชาวนาที่ดื้อรั้นและยังมีจิตใจที่คับแคบผู้นั้นหาได้สนใจใยดี ต่อคำเรียกร้องของนกกาแต่ประการใด
ไม่แถมยังตะคอกใส่พวกนกกาขึ้นว่า
"ต้นไม้มันอยู่บริเวณบ้านของข้า ข้าจะทำอย่างไรกับมันก็ได้ มันเป็นสิทธิโดยชอบธรรม
ผู้อื่นอย่ามาเกี่ยวนะ"
เมื่อชาวนากล่าวจบลงแล้วเหมือนประหนึ่งว่าตนได้เสียประโยชน์โดยไร้ประโยชน์ มากมากแล้วจึง
เงื้อขวานขึ้นฟันต้นแอปเปิ้ลต่ออย่างเร่งมือ ยิ่งขึ้นเนื่องจากต้นแอปเปิ้ลต้นนี้ได้ยืนต้นเป้นเวลานานนับ
หลายปี และทำท่าว่าต้นจะแก่อีกด้วย ภายในลำต้นจึงเป็นโพรงเกือบจะตลอดอยู่แล้ว
จึงมีฝูงผึ้งฝูงใหญ่มาทำรังอยู่เต็มไปหมด ครู่ใหญ่ต่อมานั้นเม็ดเหงื่อเม็ดโป้งๆได้ผุดขึ้นต่อหน้าชาวนา
พร้อมกับเศษเนื้อไม้ของต้นแอปเปิ้ลที่กระจายเลื่อนอยู่ใต้ต้นเต็มไปหมด ชาวนาเริ่มรู้สึกเหน็ดเหนื่อย
เมื่อยล้าเต็มทีเขาจึงนั่งลงพักเหนื่อย พลางเหลือบไปเห็นภายในโพรงไม้นั้นมีตัวผึ้งออกมา
ได้สร้างความสนใจแก่ชาวนายิ่งนัก เขาได้ตรวจดูโพรงไม้อย่างละเอียด จึงพบว่าภายในโพรงไม้
ต้นแอปเปิ้ลนั้นยังเต็มไปด้วยรวงผึ้ง เขาได้ยืนมือออกไปแตะร่วงผึ้งแล้วนำมาชิมดู
พบว่านั้นมันเป็นน้ำผึ้งที่มีรสหอมหวานเสียนี่กระไร เขาจึงพึมพำกับตัวเองอย่างซ้ำๆ ซากๆ ว่า
"ข้าพบโชคแล้วๆ" ต่อจากวันนั้นมาชาวนาก็เอาใจใส่ทนุถนอมต้นแอปเปิ้ลเป็นอย่างดี
ราวกับปรปักรักษามหาสมบัติก็ไม่ปาน
*คนมักเห็นประโยชน์ส่วนตนมักกว่าผู้อื่นเช่นเดียวกับชาวนาในเรื่องนี้*

1 ความคิดเห็น: